บันทึกกิจกรรมครั้งที่ 4

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

วิชาการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันอังคาร ที่ 9 กันยายน 2557
กิจกรรมวันนี้
วันนี้อาจารย์ได้อธิบายรายละเอียดบล็อกอีกครั้ง และได้ให้คำแนะนำบล็อกอีกครั้ง ก่อนที่อาจารย์จะเข้าตรวจและดูความรับผิดชอบของนักศึกษา
บทความที่นำเสนอในวันนี้
1.บทความเรื่อง สนุกคิดกับของเล่นวิทยาศาสตร์ 
ต้องการอ่านบทความ คลิกที่นี้
2.บทความเรื่อง ทำยังไงให้ลูกสนใจวิทยาศาสตร์
ต้องการอ่านบทความ คลิกที่นี้
3.บทความเรื่อง วิทย์คณิตสำคัญอย่างไรต่ออนาคตของชาติ
4.บทความเรื่อง เมื่อลูกน้อยเรียนรู้วิทย์คณิตผ่านเสียงดนตรี
ต้องการอ่านบทความ คลิกที่นี้
5.บทความเรื่อง การจัดการเรียนรู้วิทยาศาตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ต้องการอ่านบทความ คลิกที่นี้
ทักษะวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
วิทยาศาสตร์ หมายถึงการศึกษาสืบค้นและจัดระบบความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยอาศัยกระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ประกอบด้วยวิธีการทักษะกระบวนการและเจตคติทางวิทยาศาสตร์อย่างมีระบบแบบแผน มีขอบเขตโดยอาศัยการสังเกต การทดลองเพื่อค้นหาความเป็นจริงและทำให้ได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
1.การเปลี่ยนแปลง ( Change )
-เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ตามเวลา การกระทบ สภาพอากาศ
2.ความแตกต่าง ( Difference )
-สิ่งต่างๆในโลกมีทั้งเหมือนกันและแตกต่างกัน
3.การปรับตัว ( Adapting )
-สภาพอากาศ สภาพแวดล้อม
4.การพึ่งพาอาศัยกัน ( Dependence )
-ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
5.ความสมดุล ( Equilibrium )
-จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าเทียมกัน อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข
การศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์
1.ขั้นกำหนดปัญหา
-ระบุปัญหา
-สิ่งที่ต้องการศึกษา
2.ขั้นตั้งสมมติฐาน
-การคาดเดาคำตอบ
3.ขั้นรวบรวมข้อมูล
-การทดลอง ( Experiment )
-การสังเกต 
4.ขั้นลงข้อมูล
-คำตอบของปัญหา
เจตคติทางวิทยาศาสตร์
1.ความอยากรู้อยากเห็น เป็นคุณลักษณะมาจากพัฒนาการ
2.ความเพียรพยายาม 
3.ความมีเหตุผล
4.ความซื่อสัตย์
5.ความมีระเบียบและรอบคอบ
6.ความใจกว้าง ( Broad - mindedness )
ความสำคัญและประโยชน์ของวิทยาศาสตร์
ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
-ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของเด็ก
-พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
-เสริมสร้างประสบการณ์
ประโยชน์ของวิทยาศาสตร์
-พัฒนาความคิดรวบยอด
-พัฒนาทักษะแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์
-สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง


 เทคนิคการสอน
-การสอนแบบใช้คำถามโต้ตอบ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการตอบคำถามและเป็นการระดมความคิด
-การใช้คำถามปลาบเปิด

การประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอบทความดี แต่ก็ยังไม่เข้าใจ พออาจารย์อธิบายให้ฟังก็พอเข้าใจมาบ้าง วันนี้การแต่งกายเรียบร้อย 

การประเมินเพื่อน
แต่งกายได้เรียบร้อย ทุกคนตั้งใจฟังเพื่อนนำเสอนองาน แต่ก็ไม่เข้าใจกัน จนอธิบายและตีความของบทความให้ฟัง

ประเมินอาจารย์
อาจารย์เข้าสอนเร็ว และมีการเตรียมการสอนมาดี เข้าใจง่าย อธิบายละเอียด
แต่งกายได้เรียบร้อยและสวยงาม
ให้คำแนะนำในการเรียนการสอนดีมาก

สรุป บทความ

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

บทความ: เมื่อลูกน้อยเรียนรู้คณิต วิทย์จากเสียงดนตรี : บูรณาการกิจกรรมเพื่อสร้างนักวิทยาศาสตร์น้อย
จาก http://www.ryt9.com/s/prg/1113907 อาร์วายทีไนน์


สสวท.ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ผ่านดนตรี” ให้กับครูปฐมวัย โดยการสมมติว่า นี่คือห้องเรียนให้ผู้เข้าอบรม (นักเรียน) ส่งลูกบอลตามจังหวะเพลง พร้อมแสดงท่าทางประกอบ เป็นการนำเข้าสู่บทเรียน ผู้เข้าอบรมสังเกตว่า พบอะไรจากกิจกรรมนี้ ซึ่งมีคำตอบหลากหลายเช่น จากนั้นชวนตั้งคำถามต่อว่า “ร่างกายของเราจะทำให้เกิดเสียงได้หรือไม่?” ผู้เข้าอบรมจะพยายามหาคำตอบจากการทดลองปฏิบัติจากร่างกายตนเอง หลังจากนั้น เริ่มนำอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวันเข้ามาร่วม เช่น ช้อน ตะเกียบ และชวนผู้เข้าร่วมอบรมสร้างเสียงจากอุปกรณ์ และตั้งคำถามต่อไปเรื่อยๆว่า อุปกรณ์ต่างๆกันเสียงต่างกันหรือไม่ จากนั้นนำประสบการณ์ที่ได้มาชวนพูดคุยว่าได้เรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง ทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง จากการลงมือปฏิบัติจริง ต่อไปกิจกรรม “ร้องรำทำเพลง” คือ การชวนฝึกร้องเพลงตามจังหวะร่วมกัน แล้วชวนตั้งคำถามว่า พบอะไรจากเพลงนี้ ผู้เข้าอบรมจะสามารถตอบได้จากประสบการตรงของตัวเองเช่น มีเสียงสูง เสียงต่ำ จากนั้นนำจังหวะเหล่านี้มาแทนค่าด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น เพื่อให้ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จากเสียงดนตรี ทำให้การเรียนรู้ของเด็กเป็นเรื่องสนุกสนาน เพราะการเรียนรู้ทุกอย่างจะทำผ่านกิจกรรมในการลงมือปฏิบัติ จะเห็นได้ว่า ดนตรีสามารถนำมาเชื่อมโยงกับวิชาต่างๆได้ แม้แต่คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้

บันทึกกิจกรรมครั้งที่ 3

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

วิชาการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันอังคาร ที่ 2  กันยายน 2557
กิจกรรมวันนี้
*อาจารย์เปิดบล็อกให้ดู และให้คำแนะนำในการทำบล็อกที่ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

*ให้นักศึกษามานำเสนอบทความที่ได้ไปศึกษามา มาพูดให้เพื่อนฟัง
เรื่องวิทยาศาสตร์และการทดลองสำหรับเด็ก
เรื่องภาระกิจตามหาใบไม้
เรื่องการแยกเมล็ดพืช
เรื่องเจ้าลูกโป่ง

*อาจารย์ได้อธิบาย คุณลักษณะตามวัยของเด็ก 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546

เด็กอายุ 3 ปี

เด็กอายุ 4 ปี

เด็กอายุ 5 ปี

พัฒนาการด้านสติปัญญา
-สำรวจสิ่งต่างๆที่เหมือนและแตกต่างกัน
-บอกชื่อของตนเองได้
-ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
-สนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆได้
-สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ

พัฒนาการด้านสติปัญญา
-จำแนกสิ่งต่างๆด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าได้
-บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
-พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ
-สนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่องด้วยประโยคต่อเนื่อง
พัฒนาการด้านสติปัญญา
-บอกความแตกต่างของกลิ่น สี เสียง รส รูปร่าง จำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งของได้
-บอกชื่อ นามสกุล และอายุของตนเองได้
-พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
-สนทนาโต้ตอบบอกเล่าเป็นเรื่องราวได้




หลักการ  / แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
  

นักการศึกษา / หลักการ แนวคิด
การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
กีเซล (Gesell ) เชื่อว่า
-พัฒนาการของเด็กเป็นไปอย่างมีแบบแผนและเป็นขั้นตอน เด็กควรพัฒนาไปตามธรรมชาติไม่ควรเร่งหรือบังคับ
-การเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากการ การเคลื่อนไหว การใช้ภาษา การปรับตัวเข้าสังคมกับบุคคลรอบข้าง
เพียเจท์ piaget
-พัฒนาการทางด้านเชาว์ปัญญาของเด็กแรกเกิดจากการที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเด็ก มีการรับรู้จากสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และมีการปรับขยายประสบการณ์เดิม ความคิดและความเข้าใจให้ขยายมากขึ้น
-พัฒนาการของเด็กปฐมวัย ( 0-6 ปี )
1.ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว วัย 0-2 ปี เด็กเรียนรู้ทุกอย่างทางประสาทสัมผัสทุกด้าน
2.ขั้นความคิดก่อนปฏิบัติการวัย 2 – 6 ปี เริ่มเรียนภาษาพูดและภาษาท่าทางในการสื่อสาร ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง คิดหาเหตุผลไม่ได้ จัดหมวดหมู่ได้ตามเกณฑ์ของตนเอง
สกินเนอร์ ( Skinner )
-ถ้าเด็กได้รับการชมเชยและประสบผลสำเร็จในการทำกิจกรรมมา เด็กสนใจที่ทำต่อไป
-เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ไม่มีใครเหมือนใคร
เปสตาลอสซี่ ( Pestalozzi )
-ความรักเป็นพื้นฐานสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาเด็ก ทั้งด้านร่างกายและสติปัญญา
-เด็กแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งด้านความสนใจ ความต้องการ และระดับความสามารถในการเรียน
-เด็กไม่ควรถูกบังคับให้เรียนรู้ด้วยการท่องจำ
เฟรอเบล ( Froeble )
-ควรส่งเสริมพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็กด้วยการ
กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเสรี
-การเล่นเป็นการทำงานและการเรียนรู้ของเด็ก
เอลคายน์ ( Elkind )
การเร่งเด็กให้เรียนรู้แต่เล็กเป็นอันตรายต่อเด็ก
เด็กควรมีโอกาสเล่นและเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง
ดิวอี้ ( Dewey ) เชื่อว่า
-เด็กเรียนรู้โดยการกระทำ


-จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
-ให้เด็กได้เล่นกลางแจ้ง
-จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ฝึกการใช้มือและประสาทสัมผัสมือกับตา
-จัดกิจกรรมให้เด็กได้ฟัง ได้พูดท่องคำคล้องจอง ร้องเพลง ฟังนิทาน
-จัดให้เด็กทำกิจกรรมเดี่ยวและกิจกรรมกลุ่ม

-จัดกิจกรรมให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
-จัดให้เด็กฝึกฝนทักษะ การสังเกต การจำแนก เปรียบเทียบ
-จัดกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสคิดหาเหตุผล เลือกและตัดสินใจสิ่งต่างๆด้วยตนเอง
-จัดให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวไปสู่เรื่องไกลตัวและมีลักษณะที่เป็นรูปธรรม




-ให้แรงเสริม เช่น ชมเชย เมื่อเด็กทำกิจกรรมประสบผลสำเร็จ
-ไม่เอาเด็กมาเปรียบเทียบแข่งขันกัน



-จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อม ให้ความรัก ให้เวลา และให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์





-จัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างเสรี



-จัดบรรยายในห้องเรียนให้เด็กมีโอกาส เล่นและเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง

-จัดกิจกรรมให้เด็กได้ประสบผลสำเร็จพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมของห้องเรียน เพื่อน ครู
-จัดบรรยากาศในห้องเรียน ให้เด็กมีโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ครูและเพื่อนๆ



การนำไปประยุกต์ใช้
นำทฤษฏีแต่ละทฤษฏีที่ได้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้การพัฒนามีประสิทธิภาพต่อกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก
ประเมินตนเอง
แต่งกายได้เรียบร้อย สวยงามเหมาะสมกับการเป็นนักศึกษา ตั้งใจฟังอาจารย์ให้ความรู้ จดบันทึกความรู้เพิ่มเติม
ประเมินเพื่อน
วันนี้เพื่อนๆทุกคนแต่งกายได้เรียบร้อย ถูกระเบียบ ตั้งใจฟังอาจารย์สอน
ประเมินอาจารย์
อาจารย์สอนโดยยกตัวอย่างให้เห็น ทำให้เข้าใจทฤษฏีที่ง่ายขึ้น
อาจารย์แต่งกายได้สุภาพเรียบร้อย สวยงาม

บันทึกกิจกรรมครั้งที่ 2

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วิชาการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันอังคาร ที่ 26  สิงหาคม 2557
กิจกรรมวันนี้
คำถามแรกที่อาจารย์ใช้สอนนักศึกษาเพื่อให้เกิดการกระตุ้นความคิด คือ เมื่อเราพูดถึงเด็กปฐมวัยเราคิดถึงอะไร
1.ประสบการณ์
2.การเล่น
3.การต่อบล็อก
4.ความอยากรู้อยากเห็น
5.การอบรมเลี้ยงดู
6.ความขี้สงสัย
7.เรียนรู้ผ่านการเล่น
8.การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน
9.การลองผิดลองถูก
10.ความสนุกสนาน
11.เรียนรู้ผ่านการสัมผัส
12.การเจริญเติบโต
13.การเรียนรู้
14.พฤติกรรมของเด็ก
การกล้าแสดงออกทำให้เด็กเกิดความคล่องแคล่ว เกิดความคิดสร้างสรรค์
1.พฤติกรรม = พัฒนาการ
2.การเรียนรู้ หรือการเล่น
3.การอบรมเลี้ยงดู
พัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สติปัญญา ภาษา แบ่งได้ดังนี้
1.ความคิด
1.1เชิงเหตุผล
-คณิตศาสตร์
-วิทยาศาสตร์
1.2เชิงสร้างสรรค์
2.การใช้ภาษา
พัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
ขั้นที่ 1 การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง การรับรู้ การซึมซับ
การเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
รับรู้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เรียนรู้ คือการมีชีวิตรอดในสังคม
ขั้นที่ 2 วิธีการที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ คือการเล่น
การเล่นคือ การที่เด็กลงมือทำด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ที่สำคัญคือเด็กได้มีโอกาสเลือกด้วยตัวเอง
การจัดการเรียนการสอน การออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับการเรียนรู้
*นิยามความหมายของเด็กปฐมวัย คือเด็กที่มีอายุแรกเกิด-5 ปี หรือ 11 เดือน 29 วัน
*การเลือกเรื่องที่จะนำมาสอนเด็ก
1.เรื่องที่เด็กให้ความสนใจ
2.เรื่องใกล้ตัวเด็ก
3.เรื่องที่มีผลกระทบกับตัวเด็ก
วิทยาศาสตร์
-คือ ความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวและตัวตนของตนเอง
-ความพยายามเช่นนี้ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากธรรมชาติของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็นช่างสังเกตและคอยซักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเจอ และบางครั้งก็เป็นคำถามที่ยากเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะให้คำตอบ
-การทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวและตัวตนของตนเอง โดยการสังเกตและคอยซักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเจอช่วยเชื่อมโยงเซลล์ของสมองเด็กให้สามารถเรียนรู้ได้มากขึ้นในวัยที่สูงขึ้น
ทบทวนบทบาท
-เปิดโอกาสทางการเรียนรู้ของพวกเขาโดยการให้ความสนใจกับคำถาม
-ให้ความสนใจกับการค้นพบแบบเด็กๆ
-จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่จะส่งเสริมและต่อยอดทักษะแนวคิดที่ถูกต้องให้กับเด็กอย่างเหมาะสม
-ครูและผู้ปกครองต้องยอมรับในเรื่องจินตนาการที่มีอยู่สูงในเด็กวันนี้
-ครูต้องแม่นยำในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก


  การนำไปประยุกต์ใช้
สามารถนำวิธีการสอนของอาจารย์ไปปรับใช้ในการจัดประสบการณ์ให้เด็กได้ โดยการบรรยายและใช้คำถามกระตุ้นให้เกิดการคิดและการเรียนรู้
ประเมินตนเอง  
-ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายแนวการสอน และคิดคำตอบในสิ่งที่อาจารย์ถามเพื่อให้เราคิด
-แต่งกายเรียบร้อยถูกระเบียบ หน้าตาสดชื่น
ประเมินเพื่อน  
-เพื่อนสนใจอาจารย์อธิบายแนวการสอนดี  มีการตอบคำถามร่วมกับอาจารย์เป็นบ้างคน
-ยังแต่งกายไม่ถูกระเบียบ แต่ส่วนมากจะถูกระเบียบ
-หน้าตาสนชื่นแจ่มใส
 ประเมินอาจารย์  
-อาจารย์มีเทคนิคการสอนโดยการใช้คำถามกระตุ้นให้นักศึกษาต่อยอดความคิด
-แต่งกายสวยงามและเหมาะสม  หน้าตาสดชื่นยิ้มแย้ม